“โตเกียว”เที่ยวเองก็ได้ #โตแล้วแม่ไม่ว่า

“โตเกียว”เที่ยวเองก็ได้  #โตแล้วแม่ไม่ว่า

4 Route เที่ยว“โตเกียว”

วันนี้แอท จะมาแนะนำ 4 Route เส้นทางท่องเที่ยวโตเกียว 1 วัน ว่าจะเที่ยวเส้นทางไหนดีที่ไหนว่าเด็ด ที่ไหนดัง จะได้เป็นไอเดีย ให้สมาชิกไว้เที่ยวเอง หรือไปกับบริษัททัวร์ แล้วมีวันฟรีเดย์ จะได้ไม่หลง 555


แผนที่การเดินทาง


1.ตลาดปลาซึกิจิ (築地市場, Tsukiji Shijō) 

เป็นหนึ่งในตลาดปลาที่ใหญ่ที่สุดในโลกจากการที่มีการซื้อขายสินค้าทะเลกว่า 2,000 ตันต่อวัน ภายในตลาดแบ่งออกเป็น2 ส่วนใหญ่ๆ คือส่วนภายนอกซึ่งมีร้านค้าปลีกและร้านอาหารตั้งเรียงรายเป็นจำนวนมาก และมีการประมูลปลาทูน่าที่มีชื่อเสียง อันดับต้นๆเลยจ้า

    

ตลาดปลาซึกิจิ (Tsukiji Fish Market)
ที่ตั้ง : แขวงซึกิจิ, เขตชูโอ, โตเกียว

เปิด-ปิด : ตลาดเปิดราวๆ 04.00 น. ในส่วนของตลาดปลาจะวายราวๆ 10.00 น. แต่ในส่วนของร้านค้าโดยรอบอาจเปิดถึงตอนบ่ายไปจนกระทั่งค่ำ ซึ่งขึ้นอยู่กับแต่ละร้าน / ตลาดปิดวันอาทิตย์ และวันหยุดตามปฎิทินญี่ปุ่น

วิธีเดินทาง :

วิธีที่ 1 : นั่งรถไฟใต้ดิน Tokyo Metro สาย H-Hibiya Line (สีเทา) ลงสถานี H10-Tsukiji ทางออก 1 (Exit 1) เสร็จแล้วเดินไปตามถนนอีกราว 5-10 นาที
วิธีที่ 2 : นั่งรถไฟใต้ดิน Toei Line สาย E-Oedo Line (สีชมพู) ลงสถานี E18-Tsukijishijo ทางออก A1)

2.อากิฮาบาระ (秋葉原, Akihabara)

ตั้งอยู่ใจกลางโตเกียว มีอีกชื่อว่า “อกิบะ (Akiba)”เป็นย่านจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์อันดับหนึ่งที่ไม่ว่าหาอะไรรับรองว่าเจอหมดของนี่มีให้เลือกเพียบร้านดังๆแน่นตลอดสาย ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้ากว่า 100 ร้าน

ย่านนี้ไม่ได้มีดีแค่สินค้าประเภทเครื่องใช้ไฟฟ้าและสินค้าอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้นนะคะ แต่ยังเป็นเหมือนสรวงสวรรค์ของเหล่าโอตาคุอีกด้วยล่ะค่ะ เรียกได้ว่าเป็นแหล่งจำหน่ายร้านค้ามากมายที่ขายเกี่ยวกับการ์ตูนอะนิเมะ (anime), มังงะ(manga), วิดีโอเกมส์, เกมส์ไพ่ และชุดของสะสมหายาก

CR:tokyobackpack.com

ร้านค้าส่วนใหญ่เปิด 10 โมงเช้า กว่าจะเปิดกันครบก็เกือบๆเที่ยงหากใครไม่อยากทานข้าวบนห้าง yodobashi camera akihabara ผมก็อยากแนะนำให้ลองแวะมานั่งทานอะไรรองท้องที่ Gundam Cafe

CR:tokyobackpack.com

สำหรับ Gundam Cafe จะเปิดตั้งแต่ 10 โมงเช้าในวันธรรมดา ส่วนวันหยุดจะเปิด 8.30 โมงเช้า คอนเซ็ปร้านก็คือเอาใจสาวกกันดั้มนั่นเอง การตกแต่งร้าน เมนูอาหาร ของว่างจะเป็นธีมกันดั้มทั้งหมด สำหรับร้าน Gundam Cafe จะอยู่ติดกับ AKB48 Cafe&Shop หากเราเดินทางมาด้วย JR ให้ออกประตู Akihabara Electric Town

วิธีการเดินทาง

เดินทางจากสถานีโตเกียว สถานีชินจุกุ สถานีชิบุย่า

[Tokyo Station]→(Keihin Tohoku Line / Yamanote Line)→[Akihabara Station]
เราสามารถนั่งรถไฟสาย Keihin Tohoku Line หรือ Yamanote Line จากสถานีโตเกียวมาถึงสถานีอากิฮาบาระได้แบบรวดเดียวถึง ระยะเวลาในการเดินทาง 4 นาที ค่าโดยสาร 140 เยน

[Shinjuku Station]→(JR Sobu Line)→[Akihabara Station]
ส่วนการเดินทางจากสถานีชินจุกุมาถึงสถานีอากิฮาบาระก็สามารถนั่ง JR Sobu Line มาถึงได้อย่างสะดวกสบายเช่นเดียวกัน ระยะเวลาในการเดินทาง 18 นาที ค่าโดยสาร 170 เยน

[Shibuya Station]→(JR Yamanote Line)→[Akihabara Station]
เราสามารถนั่ง JR Yamanote Line จากสถานีชิบุย่ามาถึงสถานีอากิฮาบาระได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวน ระยะเวลาในการเดินทาง 30 นาที ค่าโดยสาร 200 เยน

3.อุเอโนะ (Ueno)

ย่านอุเอโนะ มีสวนขนาดใหญ่ๆเป็นจุดชมซากุระที่สวยมากอีกจุดนึง ใกล้ๆกับสวนมีวัดคาเนอิจิ Kaneiji Temple ซึ่งเคยเป็นวัดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโตเกียว นอกจากนี้ยังมีสวนสัตว์อุเอโนะ, พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ และพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจอีกหลายแห่งบริเวณนี้

ตลาดอะเมะโยโกะ : ชิมช๊อปถูกใจครบในที่เดียว
สวนอุเอโนะ : หลากรสกิจกรรมหย่อนใจกลางเมือง
Takeya Building : หมู่ตึกม่วงละลายทรัพย์

ตลาดอะเมะโยโกะ : ชิมช๊อปถูกใจครบในที่เดียว

เสน่ห์ของที่นี่มีตั้งแต่อาหารการกินซึ่งมีทั้งร้านอาหารรอบตลาด ในตลาด อาหารแนวสตรีทฟู๊ด ซีฟู๊ด อาหารนานาชาติไม่ใช่เพียงอาหารญี่ปุ่น ถ้าเลือกร้านดีๆ จะพบว่าราคาไม่แพงและรสชาติอร่อย

สินค้ามีให้เลือกมากมาย ทั้งเสื้อผ้า นาฬิกา รองเท้า อย่างร้านยอดนิยมอย่าง ABC MART ก็มีที่นี่ นอกจากนี้ของกินของใช้เครื่องอุปโภคบริโภค ของแห้ง หรือวัตถุดิบการทำอาหาร ก็มี หรือถ้าใครอยากได้เครื่องสำอางของฝาก ที่นี่ก็มี Drug Store และร้านปลอดภาษีมากมายที่มีให้เลือกเยอะ ราคาไม่แพง แม้แต่ร้านของเล่นผู้ใหญ่ยังมี

CR:nihondawan.tumblr.com

สวนอุเอโนะ

สวนอุเอโนะ (Ueno Park/上野公園) สวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางโตเกียว ในอาณาบริเวณที่กว้างใหญ่นั้นเต็มไปด้วยต้นไม่เขียวชะอุ่ม บรรยากาศสดชื่นจนทำเอาลืมเลยว่าอยู่ในกลางโตเกียว ที่สำคัญเทศกาลซากุระที่นี่เป็นอีกจุดที่สวยมากแห่งหนึ่ง

CR:tokyocheapo.com

สวนสัตว์อุเอโนะ

สวนสัตว์อุเอโนะ(Ueno Zoo/上野公園) มีประวัติมายาวนานเพราะเป็นสวนสัตว์เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น ซึ่งเปิดมาตั้งแต่ ค.ศ. 1882 บนพื้นที่กว่า 90 ไร่ จัดแสดงสัตว์ต่างชนิดมากกว่า 3 พร้อมศูนย์เรียนรู้เรื่องสัตว์ต่างๆ
นอกจากแพนด้ายักษ์จากจีนยังมีสัตว์หลายสายพันธุ์ที่หายากใกล้สูญพันธ์ อาทิ เสือเบงกอ กอลิล่า และสัตว์สุดน่ารักมากมายให้เข้าชมกัน

ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 600 เยน
ผู้สูงอายุ(65ปีขึ้นไป) 300 เยน
เด็ก 13-15 ปี ราคา 200 เยน
อายุต่ำกว่า 12 เข้าฟรี

Takeya Building : หมู่ตึกม่วงละลายทรัพย์

หมู่ตึกซึ่งเป็นที่รู้จักดีในหมู่ชาวไทย เป็นดุจแดนมหัศจรรย์สำหรับนักช๊อป เพราะมีของทุกสิ่ง ตั้งแต่ของกินของใช้ ของนำเข้า ขนม เครื่องสำอาง ของแบรนด์ ของหรูทั้งของชายและหญิงจำหน่าย

เมื่อเข้าสู่ตัวตึกจะได้ยินเสียงประกาศหลายภาษารวมถึงไทย พร้อมโปรโมชั่นน่าสนใจมากมาย เดินทั้งวันเพลิดเพลินหลากหลาย แต่อย่างไรก็ตามต้องเทียบราคาดีๆ เพราะของบางอย่างซื้อที่ตลาดอะเมะโยโกะจะถูกกว่า เพียงแต่ที่นี่มีข้อดีคือรวบรวมไว้แล้วจัดหมวดหมู่ช๊อปง่าย ที่สำคัญมีโบรชัวร์ภาษาไทยแจกด้วยห้างนี้จะมีทั้งหมด 9 ตึก แต่ละตึกก็จะขายสินค้าแตกต่างกัน แนะนำให้ดูแผนผังของตึกไว้ก่อน เวลาไปช้อปปิ้งจะได้ไม่เสียเวลาหาว่าอยู่ตึกไหน

CR:chillchilljapan.com

4.วัดอาซากุสะ

วัดอาซากุสะ หรือ วัดเซ็นโซจิ (Sensoji Temple / 浅草寺) เป็นหนึ่งในวัดพุทธชื่อดังของญี่ปุ่นที่มีประวัติยาวนานและเป็นวัดที่มีความเก่าแก่ที่สุดในกรุงโตเกียว โดยสร้างเมื่อประมาณปี ค.ศ. 628

ตามตำนานเริ่มจากการที่ชาวประมงสองพี่น้องซึ่งจะออกหาปลาทุกวันที่แม่น้ำสุมิดะ (Sumida River) ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่ตั้งของวัด แต่แล้ววันหนึ่งทั้งสองพี่น้องก็จับปลาไม่ได้สักตัว จึงได้อธิษฐานขอกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอให้จับปลาได้ พอลองทอดแหดู กลับได้มาเป็นพระโพธิสัตว์กวนอิมทองคำสูงประมาณ 5 นิ้วแทน ทั้งสองจึงได้นำกลับมาที่หมู่บ้าน

เมื่อหัวหน้าของหมู่บ้านได้ทราบเรื่อง ก็ได้ปรับปรุงบ้านของตนแล้วสร้างเป็นวัดเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระโพธิสัตว์กวนอิมเพื่อให้คนได้มาสักการะบูชา เนื่องจากสิ่งที่ขอพรมักจะเป็นจริงอยู่เสมอ จึงมีผู้คนจากทั่วสาระทิศเดินทางมาเพื่อสักการะองค์พระโพธิสัตว์กวนอิมนี้

วิธีการเดินทางมายังวัดอาซากุสะ

・ นั่งรถไฟใต้ดิน Tokyo Metro สาย Ginza มาลงที่สถานี Asakusa
・ นั่งรถไฟใต้ดิน Toei สาย Asakusa มาลงที่สถานี Asakusa
・ นั่งรถไฟสาย Tobu SKYTREE มาลงที่สถานี Tobu Asakusa

5.โตเกียวสกายทรี(TOKYO SKYTREE)

โตเกียวสกายทรี  เปิดให้บริการเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ค.ศ. 2012 เป็นหอคอยกระจายสัญญาณโทรทัศน์และวิทยุที่สูงที่สุดในโลกด้วยความสูง 634 เมตร ซึ่งตัวเลขนี้มีที่มากจากคำว่ามุซาชิ (Musashi /武蔵) ซึ่งเป็นชื่อเรียกพื้นที่ของกรุงโตเกียว จังหวัดคานากาว่า และจังหวัดไซตามะในสมัยเอโดะ

ชั้นบนหอคอยโตเกียวสกายทรีมีจุดชมวิว 2 ระดับคือ TEMBO DECK ที่ความสูง 350 เมตร และ TEMBO GALLERIA ที่ความสูง 450 เมตร นอกจากนี้แล้วด้านล่างยังมีศูนย์การค้า TOKYO Solamachi และพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ SUMIDA AQURIUM ให้ได้เที่ยวชมอีกด้วย

CR:iloveholiday.com

เว็บไซต์:www.tokyo-skytree.jp/th/ (ภาษาไทย)
เวลาทำการ:
8:00-22:00 น. (เข้าก่อน 21:00 น.)

วิธีการเดินทางมายังโตเกียวสกายทรี

สถานที่ตั้งของโตเกียวสกายทรีนั้นอยู่ในเขตสุมิดะ (Sumida-ku ) ในทิศตะวันออกเฉียงเหนือของกรุงโตเกียว (Tokyo) ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากย่านอาซากุสะ (Asakusa ) ถ้ามาจากในโตเกียว สามารถเดินทางมาได้ 3 วิธีคือ

・ นั่งรถไฟใต้ดิน Tokyo Metro สาย Hanzomon มาลงที่สถานี Oshiage
・ นั่งรถไฟใต้ดิน Toei สาย Asakusa มาลงที่สถานี Oshiage
・ นั่งรถไฟสาย Tobu SKYTREE มาลงที่สถานี TOKYO SKYTREE


1.โตเกียวทาวเวอร์(Tokyo Tower)

แลนด์มาร์กอันดับหนึ่งตลอดกลางของเมืองโตเกียวที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง เรียกได้ว่าถ้ามาโตเกียวแล้วไม่มาเยือนโตเกียวทาวเวอร์นี่ถือว่าผิดเชียวล่ะค่ะ เพราะที่นี่นั้นเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของโตเกียวเลยก็ว่าได้ โดย ด้านบนของโตเกียวทาวเวอร์นั้นจะเป็นหอส่งสัญญาณโทรทัศน์และวิทยุ นอกจากนี้ยังเปิดให้นักท่องเที่ยวให้ขึ้นไปชมวิวด้านบนที่บอกเลยว่าวิวก็สามารถดูได้แบบ 360 องศาอีกต่างหาก วันไหนฟ้าโปร่งๆฝนไม่ตกยังจะได้เห็นภูเขาฟูจิจากที่นี่ได้ด้วย โดยระดับความสูงของจุดชมวิวมี 2 ชั้นคือ 150 เมตร และ 250 เมตร สามารถซื้อตั๋วได้ที่ชั้น 1 ของอาคารได้เลยง่ายๆ

โตเกียวทาวเวอร์แห่งนี้มีความสูงใกล้เคียงกันมากซึ่งหอไอเฟลสูงกว่าแค่ 13 เมตรเท่านั้นเอง เอาจริงๆแล้วต้นแบบของที่นี่ก็เป็นหอไอเฟลที่ปารีสประเทศฝรั่งเศสนี่แหล่ะค่ะ โดยที่โตเกียวทาวเวอร์สร้างเสร็จเมือประมาณปี ค.ศ. 1958 และได้กลายมาเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองโตเกียวนับแต่นั้นมาจวบจนถึงปัจจุบัน ใครที่อยากช็อปปิ้งหรือถ้าของฝากก็สามารถซื้อหาได้ที่บริเวณชั้น 1 แถวๆที่ขายตั๋วด้วยนะคะ รับรองว่าจะเป็นอีกหนึ่งของฝากที่มีเอกลักษณ์มากเลย

Tokyo Tower

Tokyo ONE PIECE Tower : สวนสนุกโจรสลัด

สวนสนุกธีมONE PIECE ที่เต็มไปด้วยเครื่องเล่นมากมาย การแสดงสด ร้านอาหาร และร้านขายของที่ระลึก Limited Edition ของการ์ตูนเรื่องนี้โดยตรง

2,000 เยนสำหรับบัตรผ่านหนึ่งวัน (แต่ถ้าซื้อหน้างานราคาบัตรจะอยู่ที่ 2,200 เยน)
3,200 เยนสำหรับบัตรผ่านและชม Live Show (แต่ถ้าซื้อหน้างานราคาบัตรจะอยู่ที่ 3,200 เยน)

CR:https://www.klook.com/th

ค่าเข้าชม: Main observatory: 900 เยน,

Special observatory: 700 เยน (หากขึ้นชมชั้นนี้ต้องเสียเงินค่าขึ้นชมจุดแรกด้วย รวมเป็นเงินที่ต้องเสีย 1600 เยน)

เวลาเปิด-ปิด: เปิดทุกวัน Main observatory: 9:00 – 22:00 น, Special observatory: 9:00 – 21:30 น.

Website : http://www.tokyotower.co.jp/eng/

การเดินทาง :

หากค้นหาตาม Internet จะพบว่ามีวิธีการเดินทางมาหอคอยมากกว่านี้ แต่ 2 วิธี ที่จะแนะนำข้างล่างนี้ เป็นเส้นทางที่เดินทางไปหอคอยที่ใกล้ ง่าย และใช้เวลาเดินไปหอคอยน้อยที่สุดครับ

Metro Toei Oedo Line ลงสถานี Akabanebashi [E21] ทางออกใกล้ห้าแยก (Akabanebashi Gate) เมื่อเดินขึ้นมาจากทางออกจะเห็น Tokyo Tower เลย

Metro Toei Mita Line ลงสถานี Onarimon [I06] ทางออก A2 จะมองเห็นหอคอยเลยครับ ให้เดินไปตามถนนที่มีสะพานลอยบันไดโค้งไปเรื่อยๆก็จะถึงครับ

2.ชิบูย่า (Shibuya)

ย่านชิบูย่า(Shibuya) แหล่งช้อปปิ้งและเอนเตอร์เทนเม้นท์สุดชิคขนาดใหญ่ใจกลางโตเกียว เป็นหนึ่งในย่านที่คึกคักมีผู้คนพลุกพล่านตลอดเวลา ในบริเวณนี้ถือว่าเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่นิยมของวัยรุ่นญี่ปุ่นเนื่องจากมีห้างสรรพสินค้าจำนวนมาก 

จุดที่เป็นเหมือนสัญลักษ์ของย่านนี้ก็คือ แยกข้ามถนนขนาดใหญ่เป็นการตัดกันของถนนหลายสายด้วยกัน ทำให้เมื่อสัญญาณไปจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียว ผู้คนจากทุกฝั่งถนนก็จะเดินข้ามถนนพร้อมๆกัน เนื่องจากย่านนี้เป็นย่านที่มีคนจำนวนมากดังนั้น เดินเวลาข้ามถนนพร้อมกันจึงแทบจะมองไม่เห็นพื้นที่ถนนว่างๆเลย และที่ให้แยกนี้เป็นจุดที่มีชื่อเสียงและผู้คนนิยมมาเก็บภาพ

รูปปั้นสุนัข ฮาจิโกะ ผู้ซื่อสัตย์ที่สถานีชิบูย่า – Hachiko Statue

รูปปั้นสุนัขฮาจิโกะ(Hachiko Statue ) หนึ่งในสัญลักษณ์ที่ไม่ได้แค่โด่งดังในญี่ปุ่นจนถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์สุดซาบซึ้งเท่านั้นนะคะ ยังถูกฮอลลีวู๊ดซ้อไปรีเมคไปทำให้ดังไกลระดับโลกเลยทีเดียว โดยเจ้าฮาจิโกะนั้นเป็นเสมือนสัญลักษณ์ของความซื่อสัตว์ จากวีรกรรมการรอคอยเจ้านายของมันอย่างแน่วแน่ที่หน้าสถานีชิบูย่าแม้ว่าเจ้านายของมันจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่มันก็ยังคงมานั่งรออยู่ตลอดจนสิ้นอายุของมันเลยล่ะค่ะ หลักจากที่เจ้าฮาจิโกะได้ตายลงไปจึงได้มีการสร้างรูปปั้นของมันขึ้นเพื่อเป็นสิ่งที่แสดงถึงความรัก,ความซื่อสัตว์และจงรักภักดีที่มันมีให้กับเจ้านาย ซึ่งในปัจจุบันนี้รูปปั้นเจ้าฮาจิโกะนั้นไม่เพียงเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของสถานีชิบูย่าของเมืองโตเกียว แต่ยังเป็นเสมือนจุดนับพบยอดนิยมของคนจำนวนมากทีเดียวเชียวค่ะ

3.ศาลเจ้าเมจิ (Meiji Shrine)

ศาลเจ้าเมจิ (Meiji Shrine) [ภาษาญี่ปุ่น: 明治神宮 (Meiji Jingu)] เป็นศาลเจ้าชินโตขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่กว่า 7 แสนตารางเมตร สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1920 เพื่ออุทิศถวายแด่สมเด็จพระจักรพรรดิเมจิและสมเด็จพระจักรพรรดินีโชเก็ง มีทำเลที่ตั้งอยู่ที่ย่านฮาราจูกุ ในเขตชิบูย่า กรุงโตเกียว

CR:thousandwonders.net

วิธีการเดินทางมายังศาลเจ้า Meiji Shrine

ถ้ามาจากทางฮาราจูกุ สามารถเดินทางมาได้ 2 วิธีคือ
・ นั่งรถไฟ JR สาย Yamanote
ลงที่สถานี Harajuku Station
・ นั่งรถไฟใต้ดิน Tokyo Metro สาย Chiyoda หรือ Fukutoshin
ลงที่สถานี Meiji-Jingumae ‘Harajuku’ Station

4.ฮาราจูกุ(Harajuku)

เป็นย่านแฟชั่นแปลกหลากสไตล์ของบรรดาเหล่าวัยรุ่น ชิคๆ เก๋ๆ ที่มีให้ดูกันเพียบ ย่านนี้อยู่ระหว่างชินจูกุและชิบูย่า เป็นเหมือนศูนย์รวมของวันรุ่นญี่ปุ่นที่มีสไตล์การแต่งตัวและแฟชั่นที่จัดจ้านไม่ซ้ำใคร ถนน Takeshita Dori เส้นนี้จะเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านเสื้อผ้าแฟชั่น ขนมเครปและร้านอาหาร ซึ่งเป็นเหมือนจุดนัดพบและเดินเล่นของบรรดาเหล่าวัยทีน ที่แต่งตัวแบบคอสเพลย์, แต่งตามตัวการ์ตูนแอนนิเมะ หรือเป็นแนวพังค์ก็พบได้ที่ย่านนี้

CR:internationaltraveller.com

การเดินทางมายังย่านฮาราจูกุ

・ สถานี Harajuku Station
JR Yamanote Line
・ สถานี Meiji-Jingumae ‘Harajuku’ Station
Tokyo Metro Chiyoda Line และ Fukutoshin Line
・ สถานี Omotesando Station

5.ชินจูกุ(Shinjuku)

แหล่งบันเทิงและแหล่งช้อปปิ้งขนาดใหญ่ใจกลางเมืองหลวงโตเกียว เป็นศูนย์รวมแฟชั่นเก๋ๆ เท่ห์ๆ ของเหล่าบรรดาแฟชั่นนิสต้า มีสถานีรถไฟชินจูกุที่เป็นเหมือนศูนย์กลางของของย่านนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในสถานีที่คึกคักที่สุดในญี่ปุ่น ในแต่ละวันมีผู้คนจำนวนมากถึง 2.5 ล้านคนที่ใช้บริการสถานีแห่งนี้ ทางด้านตะวันตกย่านนี้ที่เต็มไปด้วยตึกระฟ้าหลายอาคาร มีทั้งโรงแรมชั้น ตึกแฝดที่เป็นสำนักงานรัฐบาลซึ่งด้านบนของตึกนี้เปิดให้ประชาชมเข้าชมฟรี ส่วนทางด้านตะวันออกนั้นคือ คาบูกิโชะ เป็นย่านที่เต็มไปด้วยห้างสรรพสินค้า, ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่อย่าง Big Camera และย่านบันเทิงยามราตรีที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

Kabukicho

CR:www.japanhoppers.com

ย่านคาบูกิโจเป็นแหล่งเอ็นเตอร์เทนเมนท์ที่ยามค่ำคืนที่ใหญ่ที่สุดในโตเกียวและในญี่ปุ่น ที่นี่เต็มไปด้วยร้านอาหาร ไนท์คลับ บาร์ โฮสคลับ ร้านปาจิงโกะ ร้านคาราโอเกะ โรงแรม โรงภาพยนตร์ รวมทั้งร้านขายสินค้าลดราคา และกิจกรรมที่ได้รับความนิยมของนักท่องเที่ยวก็คือการชมโชว์สุดล้ำที่ Robot Restaurant (จองตั๋วเข้าชมที่นี่) ร้านค้าในย่านคาบูกิโจนี้เปิดตั้งแต่ช่วงกลางวันประมาณ 10:00 น. ส่วนในกลางคืนจะเริ่มคึกคักหลัง 18:00 น. เรียกได้ว่าเป็น “เมืองที่ไม่เคยหลับไหล” ก็ได้

เว็บไซต์: kabukicho.or.jp/index.php?lang=en
ทำเลที่ตั้ง: ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของสถานี Shinjuku Station (เดินประมาณ 3-5 นาทีจาก ทางออก East Exit)

Toho Cinema Shinjuku (Godzilla Building)

CR:www.experiencetokyo.net

อาคารศูนย์รวมเอ็นเตอร์เทนเมนท์อีกแห่งในย่าน Kabukicho มีจุดเด่นคือหัวก็อตซิลล่า (Godzilla head) ขนาดยักษ์ที่โผล่มาจากด้านบนของอาคารจากชั้น 8F ภายในอาคารแห่งนี้ยังแบ่งเป็นชั้นสำหรับร้านอาหาร (1F), ร้านปาจิงโกะ Maruhan (2F), โรงภาพยนตร์ Toho Cinemas (3F-6F), โรงแรม Hotel Gracery Shinjuku (8F-30F)
ทำเลที่ตั้ง: ย่าน Kabukicho (เดินประมาณ 5 นาทีจากสถานี Shinjuku Station ทางออก East Exit)

Don Quijote Shinjuku Higashiguchi Honten

Don Quijote เป็นห้างขายสินค้าลดราคายอดนิยมของนักท่องเที่ยว สาขานี้ตั้งอยู่ในย่าน Kabukicho ซึ่งเป็นสาขาหลักที่เปิดให้บริการตลอดทั้งวัน มีสินค้าลดราคาให้เลือกสารพัด ตั้งแต่ ของกินของใช้ เครื่องสำอาง เครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้ารองเท้า เป็นต้น

เว็บไซต์: donki.com/en/
เวลาทำการ: เปิด 24 ชั่วโมง
ทำเลที่ตั้ง: ย่าน Kabukicho (เดินประมาณ 5 นาทีจากสถานี Shinjuku Station ทางออก East Exit)

ISETAN SHINJUKU

CR:www.i.isetan.co.jp

 

ISETAN เป็นอีกหนึ่งห้างสรรพสินค้าที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่น สาขาที่ชินจูกุแห่งนี้เป็นสาขาหลักที่มีขนาดใหญ่ซึ่งแบ่งได้หลายอาคารประกอบด้วย

・ Main Building  มีแผนกเสื้อผ้าสำหรับผู้ใหญ่และเด็ก ของใช้และของตกแต่ง ร้านอาหาร เป็นต้น
・ ISETAN MENS จำหน่ายสินค้าสำหรับสุภาพบุรุษโดยเฉพาะ
・ ISETAN BEAUTY PARK 1・2・3 เป็นแหล่งรวมแบรนด์เครื่องสำอางสำหรับสุภาพสตรี
ทำเลที่ตั้ง: อยู่ใกล้กับสถานี Shinjuku-sanchome Station หรือ เดินประมาณ 7 นาทีจากสถานี Shinjuku Station ทางออก East Exit

BICQLO BIC CAMERA Shinjuku East Exit Store

BICQLO เป็นร้านขนาดใหญ่ซึ่งเป็นการเปิดร่วมกันระหว่างร้านเครื่องใช้ไฟฟ้า “Bic Camera” และร้านขายเสื้อผ้า “Uniqlo” 2 แบรนด์ดังของญี่ปุ่น รวมถึง “GU” ซึ่งเป็นแบรนด์เสื้อผ้าในเครืออีกด้วย
ทำเลที่ตั้ง: ใกล้กับทางออก A5 Exit ของสถานี Shinjuku Station

Bic Camera Shinjuku East Exit Store

Bic Camera เป็นร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีสาขาอยู่ทั่วญี่ปุ่นซึ่งเป็นที่รู้จักดีของชาวไทย สาขาตั้งอยู่ทีหน้าสถานีรถไฟชินจูกุ นอกจากนั้นแล้วในฝั่งทิศตะวันออกนี้ยังมีร้าน BICQLO ซึ่งเป็นร้าน Bic Camera เปิดร่วมกันกับ Uniqlo อีกด้วย
ทำเลที่ตั้ง: ใกล้กับทางออก A7 Exit ของสถานี Shinjuku Station

การเดินทางมายังย่านชินจูกุ

・ สถานี Shinjuku Station (สถานีหลัก)

JR Yamanote Line, Chuo Line, Saikyo Line, Shonan-Shinjuku Line / Tokyo Metro Marunouchi Line
/ Toei Shinjuku Line / Odakyu Line / Keio Line


1.โอไดบะ(Odaiba)

คือเกาะที่สร้างขึ้นไว้เป็นแหล่งช้อปปิ้ง และแหล่งบันเทิงต่างๆในอ่าวโตเกียว ได้รับการปรับปรุงให้มีชื่อเสียงและเป็นที่นิยมในช่วงหลังของปี 1990 นอกจากมีสถาปัตยกรรมที่สวยงามตั้งอยู่มากมายแล้ว แต่ก็ยังคงความเป็นธรรมชาติไว้ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่สีเขียว

ห้างสรรพสินค้าไดเวอร์ซิตี้โตเกียว DiverCity Tokyo Plaza

ห้างสรรพสินค้าไดเวอร์ซิตี้โตเกียว(DiverCity Tokyo Plaza) ภายในมีร้านค้า ร้านอาหาร และแหล่งบันเทิง เปิดให้บริการเมื่อปี 2012 จุดโดดเด่นที่สุดของห้างแห่งนี้คือ หุ่นยนต์กันดั้มที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านหน้า ในตอนกลางคืนจะมีเอฟเฟคแสงไฟส่องหุ่นยนต์ เสียงประกอบ และขยับหัวได้ น่าตื่นตาตื่นใจไม่น้อย หากใครที่ชื่นชอบการ์ตูนกันดั้มเป็นพิเศษ ยังมีนิทรรศการเล็กๆอยู่บนชั้น 7 อีกด้วย

รอบโชว์หุ่นกันดั้ม
วันธรรมดา      กลางวัน  12:00 และ 15:00   รอบละ 5 นาที
กลางคืน  19:30 รอบละ 7 นาที / 17:00 และ 20:30 รอบละ 5 นาที
วันหยุด          กลางวัน  12:00 และ 15:00   รอบละ 5 นาที
กลางคืน  19:30 และ 21:00 รอบละ 7 นาที / 17:00 และ 20:15 รอบละ 5 นาที
วิธีการเดินทาง
จาก Daiba Station เดินไป 5 นาที
จาก Tokyo teleport Station เดินไป 3 นาที

โอเอะโดะออนเซ็น Ooedo Onsen Monogatari

โอเอะโดะออนเซ็น(Ooedo Onsen Monogatari) เปิดให้บริการในปี 2003 เป็นบ่อออนเซ็นรวมกับสวนสนุก จัดตกแต่งให้มีบรรยากาศเหมือนสมัยเอโดะ ผู้เข้าใช้บริการจะได้รับความสนุกสนานจากบ่อน้ำออนเซ็นที่มีหลากหลายชนิดทั้งแบบในร่ม และกลางแจ้ง ซึ่งได้สูบน้ำที่ลึกถึง 1,400 เมตร ขึ้นมายังบ่อ นอกจากนี้ยังมี ร้านอาหาร บริการนวดสปา เกม แหล่งบันเทิงอื่นๆ และสามารถพักค้างคืนได้

วิธีการเดินทาง
จากสถานี Telecom Center Station เดินไปประมาณ 5 นาที ก็จะถึงโอเอะโดะออนเซ็น
จากสถานี Tokyo Teleport Station นั่งรถ Free Shuttle Bus มาลงที่โอเอะโดะออนเซ็น

ตึกฟูจิทีวี (Fuji TV Building)
เป็นตึกสำนักงานใหญ่ของ สถานีโทรทัศน์ฟูจิ เป็นตึกที่สูงและมีขนาดใหญ่ สร้างด้วยความอลังการยิ่งใหญ่อย่างมาก ด้านบนเปิดเป็นหอสังเกตการณ์ สามารถขึ้นไปชมวิวเกาะ โอไดบะได้
ที่ชั้น 7 จะมีร้านขายของและภัตตาคาร BARATIE จากเรื่อง ONE PIECE

CR:picrumb.com
CR:antoniotajuelo.com

VenusFort (วีนัสฟอร์ต : พาเลททาวน์)

ซึ่งมีชั้นเอาท์เล็ทเป็นแห่งแรกในบรรดา 23 เขตของโตเกียวแห่งนี้มีเอกลักษณ์อยู่ที่สามารถเพลิดเพลินกับกิจกรรมบันเทิงและการช้อปปิ้งในเอาท์เล็ทได้อย่างจุใจ หลังจากเที่ยว「Tokyo Leisure Land (โตเกียวเลเชอร์แลนด์)」ศูนย์รวมความบันเทิงในร่มที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงทั้งเกมอาร์เคดล่าสุด, โบว์ลิ่ง และคาราโอเกะ รวมถึง「MEGA WEB」ธีมปาร์คของรถที่สามารถนั่งรถซิ่งของจริงได้กันจนเต็มอิ่มแล้วก็อย่าลืมแวะช้อปปิ้งซื้อสินค้าในราคาสุดคุ้มที่เอาท์เล็ทกันด้วยเนอะ

Statue of Liberty (เทพีเสรีภาพ) : Symbol Promenade Park (สวนซิมโบลพรอมานาด)

Statue of Liberty (เทพีเสรีภาพ) ที่สร้างขึ้นในปี 1889 บนเกาะซีนิว แม่น้ำเซน เมืองปารีสเพื่อเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่น-ฝรั่งเศสนั้นได้ถูกขนย้ายมาตั้งที่สวนริมทะเลโอไดบะในช่วงเดือนเมษายนปี 1998 – เดือนมกราคมปี 1999 ส่วนเทพีเสรีภาพที่เห็นกันในปัจจุบันเป็นเพียงรูปจำลองเท่านั้น ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงรูปจำลอง แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความนิยมลดน้อยลงเลย ที่นี่เป็นจุดถ่ายรูปที่ระลึกยอดนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวมากมายอย่างไม่ขาดสาย โดยผู้คนนิยม
โพสท่าถ่ายรูปอยู่รอบๆรูปปั้น

เดินทางโดยรถไฟ
1. JR Rinkai Line เป็นรถไฟที่ให้บริการโดยบริษัท JR แต่ไม่สามารถใช้ร่วมกับ JR Pass ได้ นั่นหมายความว่าต้องซื้อแยกต่างหาก และสถานีไม่ค่อยครอบคลุมเกาะโอไดบะเท่าไรนัก

2.Yurikamome เป็นสายรถไฟที่เชื่อต่อกับ JR Yamanote ที่สถานี SHIMBASHI โดยเครือข่ายของรถไฟสายนี้ ครอบคลุมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ทั้งเกาะโอไดบะเลยทีเดียว และยังมีตั๋วประเภท 1 day pass ราคา 800 JPY จำหน่ายอีกด้วย ถ้ามีโอกาสได้ขค้นรถไฟขบวนนี้ แนะนำให้นั่งหัวขบวน จะได้ชมวิว สะพานสายรุ้ง และอ่าวโตเกียวได้ดีทีเดียว
◎【Tokyo Station】 (เช่น JR Yamanote Line) →【Shimbashi Station】 (Yurikamome) →【Odaiba Seaside Park】

2.วัดนาริตะซัน(Narutasan Shinshoji Temple)

เป็นวัดพุทธเก่าแก่ ขนาดใหญ่ ที่มีชื่อเสียงมากของเมืองนาริตะ สร้างขึ้นในปี 940 ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสนามบินนานาชาตินาริตะ ภายในวัดมีอาคารที่หลากหลายตั้งอยู่ในบริเวณที่กว้างขวาง เช่น ห้องโถงหลัก เจดีย์ 3 ชั้นสไตล์ Tahoto มีชื่อว่า Great Pagoda of Peace นอกจากนี้ยังมีสวนญี่ปุ่น และสวนยุโรปอีกด้วย

เส้นทางที่นำมาสู่วัดนาริตะซังคือถนนช้อปปิ้งโอโมเตะซังโดะ(Omotesando street) ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร จาสถานีรถไฟ เต็มไปด้วยร้านค้าต่างๆ เช่น ร้านจำหน่ายสินค้างานฝีมือดั้งเดิม ร้านอาหาร และร้านของที่ระลึก ซึ่งเปิดบริการให้แก่นักท่องเที่ยวมานานหลายศตวรรษ

วิธีการเดินทาง
จากสถานี JR Narita Station หรือ Keisei Narita Station เดินไปประมาณ 15-20 นาที เดินไปตามถนนช้อปปิ้ง Omotesando street

3.อิออนมอลล์ (Aeon Narita Mall)

เป็นห้างสรรพสินค้าที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้กับสนามบินนานาชาตินาริตะ ภายในตกแต่งในรูปแบบที่ทันสมัยสไตล์ญี่ปุ่น มีร้านค้าที่หลากหลายมากกว่า 150 ร้านจำหน่ายสินค้าแฟชั่น อาหารสดใหม่ และอุปกรณ์ภายในบ้าน

CR:http//allabout-japan.com

นอกจากนี้ยังมีร้านเสื้อผ้าแฟชั่นมากมาย เช่น MUJI, 100 yen shop, Sanrio store, Capcom games arcade และซุปเปอร์มาร์เกตขนาดใหญ่ เป็นต้น ซึ่งบางร้านไม่ต้องเสียภาษีสินค้าสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ส่วนร้านอาหารก็มีให้เลือกมากมายจำหน่ายอาหารหลายประเภท ร้านกาแฟ และศูนย์อาหาร ถัดไปจากห้างสรรพสินค้ายังมีโรงภาพยนตร์ Humax Cinema เปิดให้บริการ

วิธีการเดินทาง
จากสนามบินนานาชาตินาริตะโดยสารรถบัสไปยังอิออนมอลล์(20-25 นาที 250 เยน บัสออกทุกๆ 1-2 ชั่วโมง)จากสนามบินนานาชาตินาริตะโดยสารรถไฟ Keisei limited express train ไปลงที่ Keisei Narita Station(10 นาที 260 เยน รถไฟออกทุกๆ 20 นาที) แล้วนั่งรถบัสสีชมพูของอิออนมอลล์ ซึ่งออกทุกๆ 10-20 นาที (15 นาที 210 เยน)

4.Shisui Premium Outlets

อีกหนึ่งสถานที่ที่ขาช้อปต้องแวะก่อนเดินทางไปยังสนามบินนาริตะ ก็คือเอาท์เล็ทพรีเมียมที่มีร้านค้าดังมากกว่า 180 แบรนด์ให้เราได้เลือกช้อป ไม่ว่าจะแบรนด์ญี่ปุ่นหรือแบรนด์สัญชาติอื่นขอบอกมีหลากหลายให้เราเลือกช้อปได้อย่างสบายใจในราคาเอาท์เล็ทที่ไม่ต้องง้อรอช่วงลดราคา

ไม่ว่าจะ GUESS, COACH, BILLABONG, LACOSTE, Levi’s, MICHAEL KORS, Nike ก็มีให้ไปช้อป บอกเลยว่าแบรนด์เหล่านี้ก็แค่ยกตัวอย่างเท่านั้น เพราะที่จริงยังมีอีกเพียบ

วิธีเดินทาง       นั่งรถ Keisei bus บริเวณ Terminal 1,2,3 ของสนามบินนาริตะมายัง Outlets ใช้เวลาประมาณ 18 นาที


โตเกียวดิสนีย์แลนด์ (Tokyo Disneyland )

เป็นสวนสนุกที่มีนักท่องเที่ยวต่อปีเกือบ 20 ล้านคนต่อ ซึ่งมากที่สุดในประเทศญี่ปุ่น และมากเป็นอันดับ 2 ของโลก สร้างขึ้นโดยบริษัทผลิตภาพยนตร์การ์ตูนวอลท์ดิสนีย์ เปิดให้บริการในปี 1983 ซึ่งเป็นสวนสนุกดิสนีย์แลนด์แห่งแรกที่สร้างขึ้นนอกประเทศสหรัฐอเมริกา ประกอบด้วยธีมหลัก 7 ธีม โดยตกแต่งตามฤดูกาล และมีการเดินขบวนพาเหรดที่สนุกสนาน

รู้จักกับโตเกียวดิสนีย์รีสอร์ท

CR:www.tokyodisneyresort.jp

โตเกียวดิสนีย์รีสอร์ท คือธีมรีสอร์ทขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วยหลากหลายสถานที่อันเต็มไปด้วยความบันเทิงนานาชนิดรวมอยู่ในแห่งเดียว ไม่ว่าจะเป็นสวนสนุกดิสนีย์ 2 แห่งที่มีธีมแตกต่างกัน ได้แก่ “โตเกียวดิสนีย์แลนด์” และ “โตเกียวดิสนีย์ซี” โรงแรมดิสนีย์ 3 แห่ง โรงแรมโตเกียวดิสนีย์รีสอร์ทออฟฟิเชียล อาคารศูนย์การค้า “อิกสเพียรี” รวมไปถึงรถไฟโมโนเรลแสนสะดวกที่ใช้เดินทางภายในโตเกียวดิสนีย์รีสอร์ท ฯลฯ ซึ่งจะมอบประสบการณ์ความสนุกสนานเพลิดเพลินในสไตล์รีสอร์ทที่ไม่หยุดอยู่แค่ความสนุกภายในสวนสนุก แต่ท่านยังสามารถดื่มด่ำกับการพักผ่อน ซื้อของ รับประทานอาหาร ชมภาพยนตร์ และอื่น ๆ อีกมากมายที่ท่านไม่สามารถสัมผัสได้ทั้งหมดภายในวันเดียว

แผนที่ในดิสนีย์แลนด์

เครื่องเล่นโตเกียวดิสนีย์แลนด์

Star Tours: The Adventures Continue

เครื่องเล่นสุดคลาสสิกที่ไม่ว่าจะเป็นขาประจำหรือผู้ที่ไปครั้งแรกก็ควรลองสักครั้ง โดยหลังจากที่ดิสนีย์ได้ซื้อกิจการของลูคัสฟิล์ม (Lucas film) ก็มีเครื่องเล่นในธีม Star Wars พร้อมเพลง The Imperial March ที่ให้ผู้เล่นรู้สึกสะพรึงและระทึกใจไปพร้อมกัน และแน่นอนว่าจะได้พบกับทั้ง C-3PO และ R2D2 ระหว่างการเดินทางข้ามห้วงอวกาศและกาลเวลานี้ด้วย

Space Mountain

CR:http://disneyexaminer.com

สำหรับผู้รักความเร็วและความหวาดเสียว รถไฟเหาะทะยานข้ามกาแล็กซี่อันมืดมิดนี้จะทำให้คุณติดใจ แม้จะกินเวลาแค่ประมาณ 3 นาที แต่คุณต้องขอเล่นใหม่อีกรอบอย่างแน่นอน

-Pirates of the Caribbean

CR:www.tokyodisneyresort.jp
CR:www.tokyodisneyresort.jp

เรือจำลองบรรยากาศของภาพยนตร์เรื่อง Pirates of the Caribbean ลำนี้จะพาผู้เล่นออกไปผจญภัยในท้องทะเล ชมกัปตัน Jack Sparrow และกองโจรสลัดยิงปืนใหญ่ตอบโต้กัน ซึ่งไม่ว่าจะเล่นมาแล้วกี่ครั้ง เครื่องเล่นที่กินเวลา 15 นาทีนี้ก็ยังคงมอบประสบการณ์อันแสนเร้าใจได้เสมอ

-Haunted Mansion

CR:https://www.tokyodisneyresort.jp/
CR:https://www.tokyodisneyresort.jp/

บ้านผีสิงหลังนี้เน้นความสวยงามเพลินตามากกว่าความน่ากลัว ภายในบ้านจะได้พบกับบรรดาภูติผีคนโบราณที่จะชวนให้ผู้มาเยือนร่วมเป็นพรรคพวกด้วย ผีเหล่านี้อยากพบทุกคน จะตายอยู่แล้ว!

-Splash Mountain

รถไฟเหาะตีลังกาแบบมีน้ำสาดนี้เป็นอีกหนึ่งเครื่องเล่นแสนสนุกยอดนิยมสำหรับผู้รักความเร็ว เตรียมตัวเปียกและเจอเรื่องเซอร์ไพรส์มากมาย และอย่าลืมโพสต์ท่าถ่ายรูปตอนท้ายด้วยล่ะ!

-Big Thunder Mountain

แม้ว่ารถไฟขบวนนี้อาจไม่ตื่นเต้นเร้าใจเท่า Star Tours หรือ Space Mountain แต่ความน่าสนใจอยู่ตรงที่บรรยากาศแบบภาพยนตร์คาวบอยตะวันตก ทางที่ดีขอแนะนำให้ไปกด Fast Pass เครื่องเล่นยอดนิยมอย่างอื่นไว้ก่อน แล้วมาเล่นเครื่องเล่นนี้ฆ่าเวลาในช่วงที่ยังมีคนไม่มากนักเช่นในตอนเช้า

-มอนสเตอร์ส,อิงค์ ไรด์&โกซีค!

อีกหนึ่งเครื่องเล่นแบบอินเตอร์แอ็คทีฟในความมืด ที่ให้ผู้เล่นใช้เครื่องมือในการมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งต่าง ๆ เช่นเดียวกับ Buzz Lightyear’s Astro Blasters ด้วยการยิง ลำแสงเพื่อให้เหล่ามอนสเตอร์ปรากฏตัวและทำท่าทางต่าง ๆ ซึ่งแม้แต่ผู้ใหญ่ก็รู้สึกสนุกได้เช่นกัน!

-Roger Rabbit’s Car Toon Spin

สนุกสุดเหวี่ยงไปกับโลกอันแสนยุ่งเหยิงของเจ้ากระต่าย Roger Rabbit บนรถแบบอินเตอร์แอ็คทีฟที่ผู้เล่นสามารถบังคับให้หมุนไปมาได้!

การเดินทางมายังโตเกียวดิสนีย์รีสอร์ท


อย่าลืมกดไลน์และแชร์บทความให้กำลังใจด้วยนะคะ

สามารถดูโปรแกรม สุดคุ้มได้ที่ www.bondstreettour.com
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line@bondstreettour

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูล : https://www.tokyodisneyresort.jp