13 เมืองฉลองคริสต์มาส..ต้องไปให้ได้

13 เมืองฉลองคริสต์มาส..ต้องไปให้ได้

13 เมืองฉลองคริสต์มาส..ต้องไปให้ได้  

1.โตเกียว (Tokyo) ประเทศญี่ปุ่น แลนด์มาร์คสำคัญๆ ที่พลาดไม่ได้สำหรับการไปสัมผัสบรรยากาศ ชมการประดับตกแต่ง รวมไปถึงการช้อปปิ้งแห่งเทศกาลคริสต์มาส คือ รอปปองงิ ฮิลล์ (Roppongi Hill), โตเกียว มิดทาวน์ (Tokyo Midtown), กินซ่า (Ginza), ชินจูกุ (Shinjuku), มารุโนชิ (Marunochi)

และยูระคาโช (Yurakacho)

tokyo-blue-lightsCR:https://travel.mthai.com

2.กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย จะมีการจัดเทศกาลคริสต์มาสตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายน จนถึงวันคริสต์มาส โดยจุดเด่นอยู่ที่ตลาดสินค้าคริสต์มาส ซึ่งมีมาเป็นเวลาหลายร้อยปีแล้ว โดยมีอาหารจำหน่ายมากมาย เช่น ขนมปังขิง วาฟเฟิล ไส้กรอกย่าง และไวน์  ในช่วงเวลาคริสมาสต่างก็มีกิจกรรมมากมาย เหมาะกับคู่รักที่ชวนกันเดินเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศตึกรางบ้านช่องที่สุดแสนจะโรแมนติก ที่เข้ากับบรรยากาศเทศกาลช่วงคริสต์มาสเป็นอย่างมาก 

CR:http://evaairblog.evaair.com

3.แฟรงก์เฟิร์ต (Frankfurt) ประเทศเยอรมัน ตลาดคริสต์มาสแห่งนครแฟรงก์เฟิร์ต เป็นตลาดที่เก่าแก่ที่สุด (ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1393) และมีรูปแบบเฉพาะที่สวยงามที่สุด ดึงดูดนักท่องเที่ยวกว่าสามล้านคนจากทั่วโลกในทุกปี มี 200 ร้านค้าที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์แฮนด์เมดและสิ่งของเกี่ยวกับคริสต์มาสมากมาย นอกจากนี้จะได้พบกับโปรแกรมการแสดงมากมาย อาทิเช่น คอนเสิร์ตคริสต์มาส การแสดงดนตรีเครื่องดีดสีตีเป่าพื้นเมือง รอบบริเวณต้นคริสต์มาสสูง 30 เมตร ซึ่งตั้งอยู่หน้าศาลากลางเรอเมอร์

CR:http://news.royal-orchid-plus.com

4.นิวยอร์ก (New york) ประเทศสหรัฐอเมริกา ในช่วงเวลานี้ของปี มหานครนิวยอร์กจะเต็มไปด้วยการประดับตกแต่งด้วยสีเขียวสีแดงตัวแทนแห่งเทศกาลคริสต์มาส ต้นคริสต์มาสขนาดมหึมาและการประดับอาคารสวยงามที่ถือเป็นสัญลักษณ์ประจำเทศกาลแห่งปีที่รอกกี้เฟลเลอร์ เซ็นเตอร์ และพิกัดสำคัญที่ต้องไปเยือนก็คือเขตแมนฮัตตัน ที่ถือว่าเป็นหัวใจหลักของเมืองในช่วงคริสต์มาสนี้

rockefeller-christCR:https://travel.mthai.com

5.amsterdam ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมืองแห่งนี้เป็นบ้านเกิดของเซนต์นิโคลัส หรือซานตาคลอส โดยในทุกปีจะมีพาเหรดซานตาคลอสเพื่อระลึกถึงนักบุญขวัญใจเด็กๆ ทั่วโลกท่านนี้ นอกจากนั้นก็จะได้ชมไฟประดับเมืองยุโรปโบราณอันสวยงาม เทศกาลไฟประดับ (Light Festival) ที่จะจัดขึ้น ณ สะพานหลักของเมือง ที่จะมีทั้งการประดับไฟเทศกาลและการแสดงผลงานศิลปะด้านการจัดไฟ รวมไปถึงการประกวดศิลปะการจัดไฟให้ชาวเมืองและนักท่องเที่ยวได้ชมกันอย่างเพลินตา

CR:https://www.angelstartravel.com

6.lapland ประเทศฟินแลนด์ ดินแดนมหัศจรรย์ที่เชื่อกันว่าเป็นบ้านของคุณลุงซานตาใจดีและชาวเอลฟ์ ผู้ผลิตของขวัญ ฉลองคริสต์มาสกันให้ได้บรรยากาศเต็มๆ ก็ต้องไปให้ถึงถิ่นของเทศกาลคริสต์มาส พลาดไม่ได้กับการไปเยือนหมู่บ้านซานตาครอส (Santa Clause Village) หมู่บ้านน่ารักๆ ที่คุณจะได้พูดคุยกับซานตาคลอส ชิมขนมและอาหารประจำเทศกาลแห่งความสุข รวมไปถึงซื้อของฝากที่ระลึกประจำเทศกาลติดไม้ติดมือกลับบ้าน

CR:https://www.sanook.com

7. london ประเทศอังกฤษ  เป็นเมืองที่สามารถพบซานตาคลอสได้ตามสถานที่ต่างๆ แต่ที่การฉลองคริสต์มาสในลอนดอนจะสั้นกว่าที่อื่นๆ โดยจะสิ้นสุดในวันที่ 24 ธันวาคม หรือวันคริสต์มาสอีฟ แต่เราก็ยังสามารถเพลิดเพลินกับบรรยากาศด้วยชมเมืองในตอนกลางคืนที่ยังคงมีการประดับไฟอย่างสวยงามให้เห็นกันอยู่

File:London Eye Twilight April 2006.jpgCR:https://en.wikipedia.org

8.ซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ภาพลักษณ์ของซูริกคือเมืองศูนย์กลางธุรกิจการเงินอันแสนเคร่งขรึมของสวิตเซอร์แลนด์ หากแต่ในช่วงเทศกาลคริสต์มาส บรรยากาศของเมืองทั้งเมืองกลับคึกคักด้วยแสงไฟระยิบระยับหลากสีจากต้นคริสต์มาสสูง 50 ฟุตในสถานีรถไฟซูริกและบรรดาร้านรวงนับร้อยในย่านเมืองเก่าสุดคลาสสิกอย่างนีเดอร์ดอร์ฟ (Niederdorf) นอกจากนี้ นักช็อปและนักชิมไม่ควรพลาดย่านเซกค์เซลอยเทนพลัตซ์ (Sechseläutenplatz) ด้านหน้าโรงละครโอเปราที่ตั้งของตลาดคริสต์มาสที่ใหญ่ที่สุดอีกแห่งหนึ่งในเมืองซูริก ซึ่งมีตั้งแต่สินค้าทำมือนานาชนิดไปจนถึงอาหารพื้นเมืองสวิสอย่างฟองดูและลานสเกตน้ำแข็งให้เที่ยวเล่นกันได้อย่างเพลินใจ

CR:http://news.royal-orchid-plus.com/

9.Quebec ประเทศแคนาดา อีกหนึ่งเมืองที่ขึ้นชื่อว่ามีบรรยากาศคริสต์มาสกันอย่างเกินร้อย เดินลุยหิมะในถนนเล็กๆ ตามผังเมืองแบบยุโรปเก่าที่สร้างกันมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 16 คริสต์มาสในควิเบกได้รับอิทธิพลมาจากชาวฝรั่งเศสที่อาศัยอยู่ในเมืองกว่าครึ่ง ถือเป็นลิตเติ้ลยุโรปในแถบอเมริกาเหนือเลยก็ว่าได้  ในช่วงเวลานี้นอกจากจะได้ชมการประดับตกแต่งเมืองกันอย่างสวยงาม คุณก็ยังจะได้ชิมลิ้มลองขนมต่างๆ อาหารและเครื่องดื่มประจำเทศกาลสไตล์ยุโรปเก่า รับประกันได้ว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด และเป็นเมืองที่ดีที่สุดเมืองหนึ่งในการไปร้องเพลงคริสต์มาสกลางถนนกับฝูงชนและจิบโกโก้ร้อนข้างเตาผิงแน่นอน

CR:https://landlopers.com

10.เมืองเรคาวิก ประเทศไอซ์แลนด์ จะมีการจำลองเมืองทั้งเมืองให้เป็นเมืองเทพนิยาย และมีหมู่บ้านคริสต์มาส ซึ่งจะเปิดเฉพาะช่วงวันเสาร์อาทิตย์ตลอดเดือนธันวาคม นอกจากนี้ยังมีการก่อกองไฟและจุดดอกไม้ไฟในช่วงปีใหม่ไปจนถึงวันที่ 6 มกราคม

CR:https://travel.mthai.com

11.Barcelona, ประเทศสเปน ขบวนพาเหรดของ 3 กษัตริย์ ถูกแห่ไปตลอดเส้นทางบนถนนของ

บารเซโลน่าเต็มไปด้วยผู้คนที่ต่างพากันมารอชม มีการจุดปืนใหญ่ และดอกไม้ไฟ เป็นการเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่มาก

CR:https://travel.mthai.com

12.Santa Claus, Indiana  ในเมืองเล็กๆ ที่มีผู้คนไม่มาก จะได้รับจดหมายที่เด็กๆ ส่งถึงซานต้า กว่าพันฉบับต่อปี ที่นี่ก่อตั้งจากกลุ่มคนเล็กๆ ที่อาสาเป็นซานตาคลอสคอยตอบจดหมายให้เด็กๆ ใครอยากไปเยี่ยมชมซานต้าใจดีสามารถไปเจอได้ที่นี่

Santa Claus, INCR:https://www.my-indiana-home.com

13.San Miguel de Allende,ประเทศแม็กซิโก เมืองแห่งสีสัน ทั้งเมืองเต็มไปด้วยการเฉลิมแลอง ทั้งตามถนน บ้านเรือน การร้องเพลง ดื่มพันช์กันตั้งแต่หัวค่ำของวันที่ 24 ธันวา และเฉลิมฉลองไปจนถึงวันคริสต์มาส

mexico-city-christmas-tree-gettyimages-501970888CR:https://undubzapp.com

อย่าลืมกดไลค์และแชร์บทความให้กำลังใจด้วยนะคะ

 

สามารถดูโปรแกรม สุดคุ้มได้ที่ www.bondstreettour.com
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line@bondstreettour