13 ที่เที่ยวอินเดีย…ดินแดนภารตะ

13 ที่เที่ยวอินเดีย…ดินแดนภารตะ

13 ที่เที่ยวอินเดีย…ดินแดนภารตะ

1.กุลมาร์ค เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนิยมมักนิยมมาเที่ยวกันช่วงฤดูหนาวเพื่อเล่นสกีและถ้าในช่วงฤดูร้อนที่กุลมาร์คก้อจะเต็มไปด้วยทุ่งดอกไม้ ทุ่งหญ้า ป่าสน และวิวทิวทัศน์อันสวยงาม ส่วนบนยอดเขาก็จะมีหิมะปกคลุม

2.หุบเขาแกะ หรือพาฮาลแกม  เดิมเป็นหมู่บ้านของคนเลี้ยงแกะ ที่ตั้งอยู่ในหุบเขาอันสลับซับซ้อน อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 2,130 เมตร ด้วยความงามของทุ่งหญ้าและป่าสน สถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้จึงเป็นโลเคชั่นยอดฮิตที่ภาพยนตร์หลายเรื่องนิยมมาถ่ายทำ และมีความสำคัญต่อวงการอุตสาหกรรมภาพยนตร์เลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ พาฮาลแกม ยังได้รับการขนานนามว่าเป็น “สวิตเซอร์แลนด์ของอินเดีย” และนักท่องเที่ยวที่ได้มาเยือนดินแดนแห่งนี้ ต่างพร้อมใจกันเลือกให้เป็นหนึ่งในสถานที่ที่สวยที่สุดในโลกอีกด้วย พาฮาลแกมในช่วงฤดูหนาวจะปกคลุมไปด้วยหิมะเกือบทุกพื้นที่ อากาศหนาวเย็น น้ำในลำธารเย็นเฉียบ จนอยากจะเก็บใส่ขวดมาลูบหน้าระหว่างหน้าร้อนในเมืองไทยให้ชุ่มฉ่ำ สายน้ำสายย่อยๆ ของที่นี่ จะมาบรรจบรวมกันกลายเป็น “แม่น้ำลิดดาร์” (Liddar) แม่น้ำสายสำคัญที่หล่อเลี้ยงชีวิตในพาฮาลแกม ภายในสายน้ำเต็มไปด้วยโขดหินกลมเกลี้ยงทุกขนาด เมื่อน้ำปะทะต้องหินจึงเกิดเป็นฟองคลื่นน้ำที่เสริมให้บรรยากาศชวนมองเหมือนกับภาพวาดในจินตนาการ

3.AWANTIPURA RUINS  เป็นวัดที่มีชื่อเสียงและเชื่อกันว่าถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่พระเจ้า MAHADEV โดย AWANTI VARMAN วัดแม้จะอยู่ในซากปรักหักพังเป็นที่น่าสนใจทางโบราณคดีที่ดี KING AVANTIVARMAN ก่อตั้งเมืองในศตวรรษที่ 9มีสองวัดหลักซึ่งหนึ่งในนั้นคือพระศิวะ ตอนนี้คงเหลือแต่ซากปรักหักพัก

4.สวนชาลิมาร์ ที่สร้างขึ้นสมัยราชวงศ์โมกุลในเมืองศรีนาคาร์ แคชเมียร์เป็นแคว้นที่มีชื่อเสียงในการจัดสวนตามแบบสมัยของราชวงศ์โมกุล เนื่องจากภูมิอากาศเย็นเหมาะสมในการเจริญเติบโตของต้นไม้ดอกไม้ จึงกลายเป็นที่ประทับพักผ่อนของกษัตริย์ราชวงศ์โมกุลในอดีต สวนชาลิมาร์แห่งนี้เป็นสวนแห่งความรักสร้างโดยจักรพรรดิ์ชาฮังคี น้ำพุภายในสวนเกิดขึ้นได้โดยแรงดันน้ำธรรมชาติ ที่มาจากภูเขา ในช่วงฤดูร้อนท่านจะได้พบกับดอกไม้นานาพรรณ รวมทั้งต้นชีน่าร์ (ชื่อต้นไม้ที่เรียกตามท้องถิ่น) หรือ ต้นเมเปิ้ล ขนาดใหญ่ในสวนแห่งนี้ บางต้นมีอายุกว่า 300-400 ปี

5.สวนนิชาน สวนนี้สร้างโดย อาซาฟข่าน ได้สร้างให้กับน้องสาวนอร์จาร์ฮาล มเหสีของกษัตริย์ชาร์ฮังกีในปี ค.ศ.1633 สวนแห่งนี้ได้รับขนานนามว่าเป็น สวนแห่งความสุข โดยมีฉากหลังเป็นเขาซาบาร์วันด้านหน้าเป็นทะเลสาบดาลเป็นสวนที่ใหญ่ที่สุด มีต้นเมเปิ้ลอายุกว่า 400 ปี รวมถึงดอกบัวสวรรค์ ที่หาพบเห็นได้ยาก และดอกไม้นานาชนิดตามฤดูกาล ดื่มด่ำกับบรรยากาศยามพระอาทิตย์ตกดิน และหนุ่มสาวแคชเมียร์ที่มักใช้สถานที่แห่งนี้เป็นที่นัดหมาย

CR:https://pantip.com/

6.มัสยิดจาร์มา มีชื่อเล่นที่ชาวเมืองเรียกกันว่ามัสยิดใหญ่แห่งเดลีเก่า เต็มไปด้วยทั้งนักท่องเที่ยวและผู้แสวงบุญ ด้วยความที่มีทั้งความงามศักดิ์สิทธิ์และวิวที่น่าทึ่ง มัสยิดเริ่มก่อสร้างในศตวรรษที่ 17 ในรัชสมัยของพระเจ้าชาห์ชะฮัน จักรพรรดิผู้สร้างทัชมาฮาลและป้อมแดง ความวิจิตรหรูหราทางสถาปัตยกรรมทอดตัวอยู่ในความละเอียดปราณีตของลวดลายและสัดส่วนที่อลังการในทุกมุมมอง บริเวณของมัสยิดล้อมรอบด้วยกำแพงที่ตกแต่งลวดลาย

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Jama MasjidCR:https://delhitourism.trave

7.ทัชมาฮาล 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก แห่งประเทศอินเดียอนุสรณ์สถานแห่งความรักที่ยิ่งใหญ่ทัชมาฮาลซึ่งตั้งอยู่ริมน้ำยมุนาสร้างขึ้นด้วยหินอ่อนสีขาวและหินทรายสีแดงประดับประดาด้วยรัตนชาติหลากหลายชนิดใช้เวลาในการสร้างถึง 22 ปี เพื่อแสดงถึงความรักอันยิ่งใหญ่ของกษัตริย์ซาจาร์ฮาลต่อพระมเหสีมุมตัสมาฮาลที่สวรรคตเนื่องจากการให้กำเนิดบุตรคนที่14 ภายในทัชมาฮาลนั้นเป็นที่บรรจุร่างของพระนางมุมตัสและกษัตริย์ซาจาร์ฮาลที่สวยงามโดดเด่น

8.อัคราฟอร์ท พระราชวังที่ยิ่งใหญ่สร้างขึ้นโดยใช้เวลาที่ยาวนานถึงสามยุคของกษัตริย์แห่งราชวงศ์โมกุล มีลักษณะเป็นกำแพงสองชั้น และป้อมอาคารทางเข้าสี่ทิศ ภายในประกอบด้วยพระราชวัง มัสยิด สวนดอกไม้ สนาม และอาคารทางเดินโดยรอบทั้ง อาคารหินทรายสีแดงสร้างโดยกษัตริย์อัคบาร์ ที่นี่ยังเป็นที่คุมขังกษัตริย์ซาจาร์ฮาล โดยบุตรชายของพระองค์เอง พระองค์ใช้เวลาช่วงสุดท้ายของชีวิต โดยการมองผ่านแม่น้ำยุมนาไปยังทัชมาฮาลที่ซึ่งมเหสีสุดที่รักของพระองค์ประทับอยู่อย่างนิรันดร์

9.INDIA GATE ประตูนี้มีลักษณะเหมือนประตูชัยปารีสสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์ระลึกถึงทหารที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่1 และมีการสลักชื่อทหารที่สละชีพเพื่อชาติ

10.พระราชวังแอมเบอร์ฟอร์ด “Amber Fort Palace” ที่สวยงามตระการตาและยิ่งใหญ่อยู่บนยอดเขา รอบด้านมีกำแพงคล้ายเมืองจีน พระราชวังแอมเบอร์ฟอร์ด เป็นเมืองหลวงโบราณของรัฐชัยปุระ สร้างขึ้นโดย มหาราชามันสิงห์ “Maharaja  Man Singh” เมื่อ พ.ศ. 2135 แต่สร้างเสร็จสมบูรณ์ในสมัย มหาราชา ชัย สิงห์ “Maharaja Jai Singh” ก่อนจะย้ายเมืองหลวงลงมาอยู่บนพื้นราบที่ชัยปุระในปี พ.ศ.2270 ป้อมแห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อระวังภัยจากศัตรู เรียกได้ว่าเป็นข้อได้เปรียบทางยุทธศาสตร์เป็นอย่างมากและยังใช้เป็นที่ประทับ

11.พระราชวังแห่งสายลม (Palace of Winds) หรือพระราชวังฮาวามาฮาล (Hawa Mahal) สร้างขึ้นในสมัยของมหาราชา ไสว ชัย สิงห์ เมื่อปี ค.ศ. 1799 ด้วยสถาปัตยกรรมสไตล์ราชปุตที่ถอดแบบมาจากรูปทรงของมงกุฎพระนารายณ์ เป็นอาคารขนาด 5 ชั้น มีหน้าต่างฉลุช่องลมสีชมพูอมส้ม 953 ช่อง เพื่อให้นางในวังได้มองกิจกรรมภายนอกหน้าต่างได้โดยไม่ถูกจับตามอง ในขณะเดียวกัน บรรดาช่องเล็กๆ ของหน้าต่างเหล่านี้ก็เป็นตัวช่วยให้อากาศภายในพระราชวังถ่ายเท ดังมีสายลมพัดโชยอยู่ตลอดเวลา ทำให้ภายในมีอากาศเย็นสบาย แม้อากาศภายนอกจะร้อนอบอ้าวเพียงใด คำว่า “ฮาวา” แปลว่าสายลม จึงเป็นที่มาของชื่อ พระราชวังสายลมนั่นเอง พระราชวังแห่งสายลมเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมืองชัยปุระ

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ Palace of WindsCR:http://amazingindiablog.in

12. พระราชวังหลวง (City Palace) พระราชวังนี้ มีชื่อเสียงในเรื่องของงานจิตรกรรมฝาผนังที่งดงามมาก เห็นแล้วเชื่อเหลือเกินว่าลายผนัง กระเบื้องงามๆ ในโลกอยู่ที่พระราชวังในเมืองชัยปุระหมดแล้วจริงๆ ทั้งงานแกะสลักและงานตกแต่งแก้วสี  ภายในมีสวนและพระตำหนักต่างๆ มากมาย หลายส่วนได้ก่อสร้างเพิ่มเติม ซ่อมแซมจนเห็นความใหม่ ภายในพระราชวังแห่งนี้ได้ชัดเจนปัจจุบันนอกจากส่วนที่เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ แสดงทรัพย์สมบัติของอดีตมหาราชาและมเหสีต่างๆ อาทิ เสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย อุปกรณ์ของใช้ รวมถึงภาพวาด ภาพถ่าย เพื่อแสดงชีวิตความเป็นอยู่ของมหาราชา อีกทั้งโบราณสถานให้นักท่องเที่ยวและบุคคลทั่วไปเข้าชม และบางส่วนยังเป็นที่อยู่อาศัยของทายาท และมหาราชาองค์ปัจจุบันด้วย นอกจากนี้ยังมีร้านค้าขายของที่ระลึก ร้านหนังสือ เครื่องประดับ และร้านอาหาร

13.หอดูดาวจันตาร์มันตาร์ (JantarMantar) จัดว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองชัยปุระโดยได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกในปีค.ศ. 2010 สร้างและคิดค้นขึ้นโดยมหาราชาสะหวายจัย สิงห์ที่ 2 ด้วยทรงมีความสนพระทัยและพระปรีชาในเรื่องดาราศาสตร์จึงได้ทรงรับสั่งให้สร้างหอดูดาวแห่งนี้ขึ้นมาพร้อมๆกับการก่อสร้างพระราชวังซิตี้พาเลซ เพื่อใช้ดูความเคลื่อนไหวของพระอาทิตย์พระจันทร์

อย่าลืมกดไลค์และแชร์บทความให้กำลังใจด้วยนะคะ

สามารถดูโปรแกรม สุดคุ้มได้ที่ www.bondstreettour.com
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line@bondstreettour