Fuji Shibazakura Festival 🗻

Fuji Shibazakura Festival  🗻

ชมวิวภูเขาไฟฟูจิพร้อมดอกชิบะซากุระสีชมพูสวยสดได้แล้ววันนี้ที่เทศกาลชมดอกชิบะซากุระ หรือที่มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Fuji Shibazakura Festival หนึ่งในเทศกาลที่คนทั่วโลกรอคอยมาตลอดทั้งปี

     CR:http://www.shibazakura.jp

1.ความงดงามแห่งเทศกาลชมดอกชิบะซากุระ

Fuji Shibazakura Festival นั้นเป็นเทศกาลที่จะจัดขึ้นปีละครั้งเท่านั้น

เหตุผลที่ทำให้เทศกาลนี้มีความน่าสนใจและดึงดูดผู้คนจากทั่วโลกได้นั้นก็คือความสวยงามของดอกพิงค์มอสสีชมพูสวยสดที่ทำการปลูกและดูแลรักษาเป็นอย่างดี จำนวนของมันมากพอที่จะเปลี่ยนผืนดินบริเวณทะเลสาบ Motosu ให้กลายเป็นสีชมพูสดใสที่สวยราวกับภาพวาดในเทพนิยาย

   CR:http://www.shibazakura.jp

2.ชิบะซากุระ คือดอกไม้แบบไหน

        CR:www.flickr.com

ดอกชิบะซากุระ (Shibazakura/ชื่อวิทยาศาสตร์ : Phlox Subulata) เป็นพืชที่มีวงจรชีวิตมากกว่าสองปี ดอกมีขนาดเล็กประมาณ 1.5 เซนติเมตร มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศทางฝั่งอเมริกาเหนือ หรือที่มีชื่อเรียกอีกชื่อว่ามอส พิ้งค์ (Moss Pink) แต่ที่ถูกเรียกว่าดอกชิบะซากุระนั้นเพราะมีรูปร่างลักษณะคล้ายกับดอกซากุระแต่แทนที่จะบานบนต้นกลับบานอยู่บนพื้นดินคล้ายต้นหญ้า จึงได้รับความนิยมปลูกเป็นสวนดอกไม้หรือพืชคลุมดิน

     CR:www.flickr.com

ดอกชิบะซากุระภายในงานนั้นประกอบไปด้วยชิบะซากุระหลายสายพันธุ์ แม้มองเผิน ๆ จะดูเหมือนกันไปหมด แต่ถ้าลองซูมดูใกล้ ๆ จะเห็นถึงความแตกต่างของแต่ละสายพันธุ์ และที่เห็นได้ชัดที่สุดคือสี เพราะนอกจากสีชมพูแล้วยังมีสีขาวและสีม่วงอ่อนด้วย เมื่ออยู่รวมกันแล้วสีสันของพวกมันสลับเล่นระดับกันสวยงามมาก ๆ ได้ภาพถ่ายที่ดูมีมิติสุด ๆ

ตัวอย่างสายพันธุ์ของดอกชิบะซากุระ

  1. McDaniel’s Cushion

เป็นดอกชิบะซากุระ (Shibazakura) ที่มีดอกขนาดใหญ่ กลีบดอกสีชมพูเข้มเด่นชัดตามที่ปรากฏให้เห็นในต้นไม้ประเภทที่ใช้จัดสวน มีต้นกำเนิดจากอเมริกาเหนือ และสามารถทนอากาศหนาวรุนแรงได้

  1. Mont-Blanc

ชิบะซากุระสายพันธุ์สีขาว ใบออกสีเขียวตองอ่อน โดดเด่นไม่ซ้ำสายพันธุ์อื่น สร้างความประทับใจและดูสดใสแม้ฤดูที่ไม่มีดอกบาน

  1. Autumn Rose

Autumn Rose สีดอกเป็นสีชมพูดอกกุหลาบ โดยทั่วไปสีดอกชนิดนี้เรียกว่า ‘Pink Shibazakura’ มันย้ำเตือนเราให้นึกถึงกลุ่มเมฆสีชมพูที่เต็มไปด้วยความงดงามในเขตทามะ อ่อนโยนและสงบเยือกเย็นอย่างผู้หญิง เสมือนภาพที่มีส่วนขอบตกแต่งสีขาวรอบๆ แซมกับสายสีชมพู เป็นดอกที่มีรูปแบบลายอ่อนหวาน หากมองจากที่ไกลๆจะเห็นเหมือนทุ่งดอกไม้สีชมพูกุหลาบ (เหมือนสีผิวหญิงสาว)

  1. Tama-no-Nagare

ริมกลีบดอกเป็นวงสีขาวซึ่งทำให้ดอกสีชมพูมีแถบที่มีจุดสวยงาม เป็นการสะท้อนให้เห็นเหมือนมีกลุ่มนกกระสาสีชมพูเมื่อมองจากระยะไกล

  1. Oakington Blue-Eyes

Oakington Blue-eye ชื่อ Oakington มาจากดอกกล้วยไม้ที่กำลังอวดสีม่วงอ่อน สีดอกเป็นสีม่วงแดงซีดๆ ให้ความรู้สึกโรแมนติกมากๆ ซึ่งทำให้คุณรู้สึกเหมือนอยู่ในโลกอันหอมหวาน ในส่วนตรงกลางดอก จุดแต้มสีฟ้าเข้มทำให้เกิดลักษณะเด่นขึ้นทำให้คุณรู้สึกถึงความบริสุทธิ์ของมันเช่นกัน

3.ภายในงานมีอะไรบ้าง

ชมดอกชิบะซากุระ

       CR:http://www.shibazakura.jp

นักท่องเที่ยวจะได้ชื่นชมความงดงามของดองชิบะซากุระท่ามกลางภาพเบื้องหลังที่เป็นภูเขาไฟฟูจิที่อยู่ในช่วงกำลังสวยงามเป็นพิเศษ มองเห็นได้เด่นชัด เหมาะแก่การเก็บภาพความประทับใจ

แช่ออนเซ็นเท้าคลายเมื่อย

     CR:http://www.shibazakura.jp

เดินเล่นตลอดทั้งงานมาจนเหนื่อยล้า สามารถแวะพักร่างที่จุดพักที่ทางผู้จัดงานเตรียมไว้ให้ก่อนได้ อย่างปีที่แล้วนั้นได้มีการจัดออนเซ็นไว้สำหรับให้ผู้ร่วมงานได้แช่เพื่อผ่อนคลายเท้าหลังจากเดินเที่ยวด้วยล่ะ

อาหารหลากหลายในงาน Mt. Fuji Delicious Foods Festival

     CR:http://www.shibazakura.jp

มาที่งาน Fuji Shibazakura Festival  ไม่ต้องกลัวว่าจะหิวเพราะในช่วงเวลาเดียวกันจะมีการจัดงาน Mt. Fuji Delicious Foods Festival ควบคู่กันไปด้วย ในงานที่จะขายอาหารและเครื่องดื่มหลายชนิด ล้วนแต่เป็นร้านที่มีชื่อเสียงในละแวกภูเขาไฟฟูจิทั้งสิ้น

เมนูน่าสนใจภายในงานที่อยากแนะนำให้ลิ้มรสหากมีโอกาสได้ไปที่งานนี้ นั่นคือ

1.โยชิดะอุด้ง (เนื้อซากุระ)

      CR:http://www.shibazakura.jp

2.ยากิโซบะฟูจิโนะมิยะ

       CR:http://www.shibazakura.jp

3.สตูเครื่องในไก่โคชู (Koshu Torimotsu-ni)

      CR:http://www.shibazakura.jp

เลือกซื้อของที่ระลึกสุดพิเศษ

     CR:http://www.shibazakura.jp

4.การเดินทางมายังงาน Fuji Shibazakura Festival 

สำหรับการเดินทางมายังงาน Fuji Shibazakura Festival  นั้นมาไม่ยาก โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลจะมีบริการรถบัสจากชินจูกุมาถึงหน้างานกันเลย รวมทั้งเส้นทางอื่น ๆ ให้เลือกอีกมากมาย ทั้งรถไฟและรถบัส

        CR:http://www.shibazakura.jp

กรณีเดินทางด้วยรถไฟ

CR:http://www.shibazakura.jp

  1. ใช้ JR Pass

นั่งรถไฟจากสถานีรถไฟ JR ในโตเกียวมาลงสถานี Otsuki แล้วต่อรถไฟสาย Fujikyuko (เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม) เพื่อมาลงที่สถานี Kawaguchiko แล้วนั่งรถบัส Shibazakura Liner ต่อเข้ามา ณ พื้นที่บริเวณงาน

  1. ใช้ JR Tokyo Wide Pass

นั่งรถไฟจากสถานีรถไฟ JR ในโตเกียวมาลงสถานี Otsuki แล้วต่อรถไฟสาย Fujikyu Railway (ใช้ JR Tokyo Wide Pass ได้) เพื่อมาลงที่สถานี Kawaguchiko แล้วนั่งรถบัส Shibazakura Liner ต่อเข้ามา ณ พื้นที่บริเวณงาน

  1. ใช้บัตรรถไฟเที่ยวเดียว

นั่งรถไฟ LTD. EXP SUPER AZUSA 1 จากสถานี Shinjuku มาลงที่สถานี Otsuki (1,320 เยน + 1,450 เยน) แล้วต่อรถไฟสาย Fujikyu Railway (1,140 เยน) เพื่อมาลงที่สถานี Kawaguchiko แล้วนั่งรถบัส Shibazakura Liner ต่อเข้ามา ณ พื้นที่บริเวณงาน

หมายเหตุ : ค่าโดยสาร Shibazakura Liner (รวมขาไปและขากลับ) พร้อมบัตรเข้าชมงาน Fuji Shibazakura Festival 2018 ราคา 2,000 เยน

กรณีเดินทางด้วยรถบัส

CR:http://www.shibazakura.jp

  1. Chuo Hightway Bus จาก Shinjuku

สามารถโดยสาร Chuo Hightway Bus จากสถานีรถไฟ Shinjuku ตรงมายังพื้นที่บริเวณงานได้เลย (เที่ยวรถพิเศษ ให้บริการเฉพาะช่วงเทศกาลเท่านั้น) โดยจะใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที ค่าโดยสาร 2,200 เยน

  1. จากจุดขึ้นรถบัสอื่น ๆ ใน Tokyo และ Shizuoka

สามารถนั่งรถบัสที่ให้บริการเส้นทางระหว่างสถานีต้นทางและสถานี Kawaguchiko โดยนั่งมาลงที่สถานี Kawaguchiko แล้วนั่งรถบัส Shibazakura Liner ต่อเข้ามา ณ พื้นที่บริเวณงาน


🙏 อย่าลืมกดไลค์และแชร์บทความให้กำลังใจด้วยนะคะ 🙏

สามารถดูโปรแกรม สุดคุ้มได้ที่ www.bondstreettour.com
สนใจโปรแกรมคลิกได้เลยนะคะ 👉 https://goo.gl/ghRCYn
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Line@bondstreettour
ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : https://chillchilljapan.com